การเลือกซื้อหุ้นในช่วงตลาดหมี มีคำแนะนำดังนี้
๑. เลือกหุ้นที่มีการปรับตัวลดลงน้อยกว่าตลาด คือมีค่าเบต้า (Beta) น้อยกว่า ๑ ซึ่งต่างจากการเลือกหุ้นภาวะตลาดกระทิงที่จะเลือกหุ้นที่มีค่าเบต้าสูงกว่า ๑ ที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นมากกว่าของตลาด
๒. เลือกหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสูง ดูได้จากค่า Dividend cover ratio (DCR) มากกว่า ๑.๘ ซึ่งค่า DCR นี้คำนวณมาจาก กำไรต่อหุ้น (EPS) หารด้วยเงินปันผลต่อหุ้น
๓. เลือกหุ้นที่เติบโตดีในช่วงภาวะหมี ได้รับผลกระทบน้อยจากภาวะเศรษฐกิจ ได้แก่ หุ้นในหมวด อาหาร น้ำ ไฟฟ้า ยา และพลังงาน และควรหลีกเลี่ยงหมวดสินค้าฟุ่มเฟือย
๔. เลือกหุ้นที่มีสถานะการเงินดี โดยดูจาก มีกำไรต่อยอดขายดี มีสภาพคล่องของกระแสเงินสด (Cash flow) ดี และมีหนี้สินต่อทุนน้อยกว่า ๒๕%
สวลีกล่าวว่า "คนที่จะอยู่รอดบนโลกการลงทุนที่บูด ๆ เบี้ยว ๆ อย่างมีความสุข ต้อง 'ปรับตัว' ให้เข้ากับทุกสถานการณ์"
นอกจากนั้นยังมีตารางสรุปการเกิดตลาดหมีซึ่งจัดทำโดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย ดังนี้
| ปี พ.ศ. | อัตราการลงลงของดัชนี SET | ปัจจัย | ||
| ๒๕๒๒ | ๔๒% | บริษัทเงินทุนขาดสภาพคล่อง | ||
| ๒๕๔๐ | ๕๕% | ลอยตัวค่าเงินบาท | ||
| ๒๕๔๑ | ๕๙% | ปัญหาสถาบันการเงินของไทยและปัญหาในภูมิภาค เงินเยนอ่อนค่า | ||
| ๒๕๔๓ | ๔๔% | ผลต่อเนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจและการปรับการคำนวณดัชนีของ MSCI | ||
| ๒๕๕๑ | มากกว่า ๒๐% | การเมือง เงินเฟ้อ ราคาน้ำมัน | ||
~